วันพฤหัสบดีที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ค.ศ. 2012

การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ค.ศ. 2012 เป็นการเลือกตั้งประธานาธิบดีทุกสี่ปีครั้งที่ 57 และมีขึ้นในวันที่ 6 พฤศจิกายน ค.ศ. 2012 ประธานาธิบดีบารัก โอบามา ผู้ลงสมัครจากพรรคเดโมแครต กับรองประธานาธิบดีโจ ไบเดน คู่ลงสมัคร ได้รับเลือกตั้งให้ดำรงตำแหน่งเป็นสมัยที่สอง คู่แข่งคนสำคัญ คือ มิตต์ รอมนีย์ ผู้ลงสมัครจากพรรครีพับลิกันและอดีตผู้ว่าการรัฐแมสซาชูเซตส์ และวุฒิสมาชิกพอล ไรอัน คู่ลงสมัคร จากรัฐวิสคอนซิน
ตามที่ระบุไว้ในรัฐธรรมนูญ การเลือกตั้งประธานาธิบดีครั้งนี้เกิดขึ้นพร้อมกับการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาสหรัฐอเมริกาซึ่งวุฒิสมาชิกหนึ่งในสาม (33 ที่นั่ง) ต้องมีการเลือกตั้งใหม่ และการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกสองปี

ภาพจาก Flickr Barack Obama
นับถอยหลังเดือนกว่าก่อนถึงศึกชิงชัยประธานาธิบดีสหรัฐ 2012 ผลการหยั่งเสียงพบว่าประธานาธิบดีบารัค โอบามาเริ่มมีคะแนนนำมิตต์ รอมนีย์ ในรัฐ Swing States หรือรัฐที่ไม่ได้เป็นพื้นที่ของพรรคใดพรรคหนึ่งชัดเจน
คุณลักษณะจำเพาะของการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐคือ บางรัฐจะผูกขาดกับพรรคการเมืองพรรคใดพรรคหนึ่ง ชนิดว่าพรรคส่งผู้สมัครคนใดก็แทบจะ “นอนมา” ทำให้ผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดี มักไม่ให้ความสำคัญกับการหาเสียงในรัฐเหล่านี้ แต่กลับไปมุ่งความสนใจกับรัฐ Swing States ที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งยังไม่ตัดสินใจตายตัวว่าจะเลือกผู้สมัครคนใดแทน
และแน่นอนว่าในการเลือกตั้งครั้งที่คะแนนเสียงสูสี เวทีตัดสินผู้ชนะมักเป็นรัฐ Swing States เหล่านี้ ตัวอย่างเช่น การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐปี 2000 ระหว่างจอร์จ ดับเบิลยู บุช กับอัล กอร์ ที่ต้องไปตัดสินกันที่รัฐฟลอริดา หรือการเลือกตั้งในปี 2004 ระหว่างบุชกับจอห์น เคอร์รี ที่ไปตัดสินกันในรัฐโอไฮโอ

ผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีปี 2008 แสดงว่าพรรคใดชนะในรัฐ Swing States บ้าง (ภาพจาก Wikipedia)
สำหรับการเลือกตั้งในปี 2012 ระหว่างโอบามากับรอมนีย์ ผลการหยั่งเสียงในรัฐ Swing States พบว่าผู้สมัครทั้งสองคนมีคะแนนสูสีกันมาโดยตลอด แต่เมื่อนับช่วงปลายเดือนสิงหาคมเป็นต้นมา คะแนนเสียงของโอบามาเริ่มฉีกหนีจากรอมนีย์ได้มากขึ้น แม้ว่าจะยังทิ้งห่างรอมนีย์ไม่มากนัก แต่ก็เป็นสัญญาณที่ดีต่อแคมเปญหาเสียงของโอบามา
คะแนนหยั่งเสียงในรัฐโอไฮโอ โอบามานำอยู่ด้วยคะแนน 53:43 ส่วนรัฐฟลอริดาคือ 53:44 และรัฐเพนซิลวาเนียอยู่ที่ 54:42 (คะแนนกลุ่มที่เหลือคือคนที่ยังไม่ตัดสินใจเลือกประธานาธิบดีคนใดคนหนึ่ง)
ในการเลือกตั้งครั้งนี้ รัฐที่ถูกประเมินว่าเป็น Swing States มีเพียง 9 รัฐคือ โคโลราโด ฟลอริดา ไอโอวา เนวาดา นิวแฮมป์เชียร์ นอร์ธแคโรไลนา โอไฮโอ เวอร์จิเนีย วิสคอนซิน
รัฐที่เลือกพรรคเดโมแครตหรือ Blue States มีคะแนนเสียงสำหรับเลือกประธานาธิบดี (electoral vote) อยู่ 237 คะแนน ส่วนรัฐที่เลือกพรรครีพับลิกันหรือ Red States มี 191 คะแนน ส่วนรัฐ Swing States มีคะแนนเสียงรวมกันที่ 110 คะแนน ผู้ที่จะได้เป็นประธานาธิบดีต้องมีคะแนนอย่างน้อย 270 คะแนน
พื่อเลือกตั้งสมาชิกมายังสมัยประชุมสภาคองเกรสที่ 113 นอกจากนี้ ยังมีการเลือกตั้งผู้ว่าการรัฐสิบเอ็ดรัฐและการเลือกตั้งสภานิติบัญญัติในหลายรัฐพร้อมกันด้วยบารัค โอบามา ผู้นำเดโมแครต การขับเคลื่อนสหรัฐอเมริกาสมัย 2
เลือกตั้งสหรัฐฯ ไม่ว่าใครเป็นผู้นำ พญาอินทรีย์ตัวนี้ก็ยังคงมีท่าบินเหมือนเดิม..ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง
ผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการ สรุปแล้วว่าบารัค โอบามาจะยังคงครองตำแหน่งผู้นำประเทศได้อีกเป็นสมัยที่ 2 แต่การชิงชัยเก้าอี้ประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกาครั้งนี้ไม่ง่ายเหมือนครั้งแรกนัก เพราะคะแนนโหวตที่ให้กับมิตต์ รอมนีย์หลั่งไหลเข้ามาอย่างท่วมท้น เล่นเอาทั้งผู้นำเดโมแครตและแฟนคลับโอบามาต้องลุ้นคะแนนโหวตแบบหืดขึ้นคอ ขณะที่มิตต์ รอมนีย์เอง ดูฟอร์มแล้วไม่น่าจะมาไกลถึงขนาดที่มีคะแนนสูสีขนาดนี้ แต่วันนี้ เราต้องยอมรับว่า เขาทำได้แล้ว ซึ่งน่าจะเป็นเพราะนโยบายเศรษฐกิจที่มีความเป็นรูปธรรม และตอบโจทย์ชาวอเมริกันมากกว่า!

เลือกตั้งสหรัฐอเมริกา บารัค โอบามา ภาพจาก Barack Obama
เป็นไปได้ว่าคะแนนที่หดหายของโอบามาในสมัยแรก และการเบียดขับ เข่นเคี่ยวกันจนคะแนนโหวตของรอมนีย์ที่ขึ้นมาได้ขนาดนี้ สืบเนื่องจากการจ่อมจมอยู่กับปัญหาการเมืองระหว่างประเทศและปัญหาความมั่นคงที่รุกไล่ทีมของผู้นำบารัค โอบามาเสมือนหนึ่งเล่นเกมงูกินหาง ไหนจะต้องตามล่าสังหารอุซมาห์ บินลาเดน ตัวการสำคัญที่เป็นผู้ท้าทายอำนาจสหรัฐฯ ตัวฉกาจ และเป็นสิ่งที่เขาให้คำมั่นไว้ในสมัยแรก
ตลอดจนการไล่ต้อนกลุ่มผู้นำในประเทศต่างๆ ในตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนืออย่างไม่หยุดยั้ง เพราะกระแสอาหรับสปริงที่ทำให้เขาเชื่อว่ามวลชนในโลกอาหรับต้อนรับกระแสประชาธิปไตยอย่างอุ่นหนาฝาคั่ง ไหนเลยประเทศต้นแบบแห่งประชาธิปไตยจะอยู่เฉย และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง สหรัฐฯ ผู้เป็นเสมือนตำรวจโลกมาเนิ่นนาน จะปล่อยผ่านเรื่องนี้ไม่ได้
อีกด้านหนึ่ง คือการรับมือกับจีน สหรัฐฯ จะยังคงเดินเกมปิดล้อมจีนต่อไป โดยเฉพาะในด้านเศรษฐกิจ ที่แม้รอมนีย์จะประกาศกร้าวเสมือนว่าจีนเป็นศัตรู แต่โอบามาเห็นว่าจีนคือคู่แข่ง และเป็นคู่แข่งที่สำคัญจนต้องใช้การทูตผูกมิตรชาติในเอเชีย โดยเฉพาะอย่างยิ่งผูกสัมพันธ์กับประเทศที่เห็นจีนเป็นศัตรู และการแสดงความพร้อมที่จะช่วยเหลือชาติในเอเชียที่มีความขัดแย้งระหว่างกัน ไม่ว่าจะเป็นการเห็นด้วยกับท่าทีของญี่ปุ่น กรณีความขัดแย้งหมู่เกาะเตี้ยวหยูวหรือหมู่เกาะเซนกากุ หรือกรณีหมู่เกาะทาเคชิม่าหรือหมู่เกาะต็อกโตที่ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้บาดหมางกัน
รวมถึงอีกกรณีที่มีนัยสำคัญต่อจุดยืนและท่าทีของอาเซียน คงเป็นประเด็นใดไม่ได้ถ้าไม่ใช่กรณีของหมู่เกาะทะเลจีนใต้ ที่สหรัฐฯ โดดเข้ามาสนับสนุนทั้งเวียดนาม ฟิลิปปินส์ ฯลฯ อย่างเต็มตัว ไม่ว่าจะด้วยการกล่าวถ้อยแถลงที่สนับสนุนการทูตพหุภาคีในอาเซียนเพื่อแก้ไขปัญหา หรือการแสดงท่าทีแข็งขืน ไม่เห็นด้วยกับจีนที่จะดีลปัญหาด้วยการทูตทวิภาคีแบบรัฐต่อรัฐ

เดโมแครต เลือกตั้งสหรัฐ บารัค โอบามา ภาพจาก Democrats
ประเด็นเหล่านี้ล้วนเป็นท่าทีของสหรัฐฯ ที่มีต่อปัจจจัยภายนอกประเทศ แต่ช่วยรักษาภาพลักษณ์อันทรงอำนาจของสหรัฐอเมริกาที่ยากจะมีใครลูบคม แต่ปัจจัยภายในที่โอบามาเฝ้าจ่อมจมอยู่กับการแก้ไขปัญหา คงหนีไม่พ้นเรื่องประกันสุขภาพและการรักษาผลประโยชน์ของชนชั้นกลางที่เป็นฐานเสียงหลัก มากกว่าจะมุ่งแก้ปัญหาเศรษฐกิจอย่างจริงจัง
การพยายามแก้ปัญหาด้านนี้อย่างเห็นได้ชัดจากโอบามาฯ น่าจะเป็นเรื่องผูกมิตรกับต่างประเทศและกดดันให้ซื้อสินค้าส่งออกจากสหรัฐฯ ตลอดจนการดำเนินนโยบายอุ้มกลุ่มทุน อุตสาหกรรมรถยนต์ ธนาคาร เพื่อประคับประคองเศรษฐกิจสหรัฐให้ดำเนินต่อไป แต่ขณะเดียวกันก็ทำให้เกิดปรากฎการณ์ยึดครองวอลล์สตรีท หรือ Occupy Wall Street ด้วย และแน่นอนว่าโวหารของเขายังคงครองใจประชาชนเช่นเดิม แต่ผลลัพธ์ที่ได้กลับมา ทำให้เห็นว่าเขายังพูดมากกว่าทำในด้านเศรษฐกิจ
นอกจากนี้ เศรษฐกิจที่ติดหล่มปลักของสหรัฐฯ กำลังค่อยๆ เคลื่อนไปข้างหน้าอย่างช้าๆ โดยภาพรวมของประเทศเอง ที่ค่อยๆ เป็นไป มากกว่าจะขับเคลื่อนหรือแก้ปัญหาได้ด้วยผู้นำประเทศ แน่นอนว่า หากสมัยหน้าเขาจะยังต้องการให้เก้าอี้ผู้นำประเทศเป็นของเดโมแครตอยู่ ทีมรัฐบาลจะต้องทุ่มเททุกสรรพกำลังเพื่อเร่งฟื้นเศรษฐกิจอย่างเต็มที่มากกว่าการหมกมุ่นกับการแก้ไขปัญหาด้านความมั่นคงอย่างที่เคยเป็นมา บารัค โอบามา “นี่คือการเลือกอนาคตของอเมริกาที่แตกต่างกันสองทาง” 1/2
SIU นำเสนอ คำปราศรัยของอดีตประธานาธิบดีบิล คลินตัน ในที่ประชุมใหญ่พรรคเดโมแครตไปแล้ว คราวนี้เป็นคำปราศรัยของประธานาธิบดีคนปัจจุบัน บารัค โอบามา ที่ตอบรับการเสนอชื่อชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสมัยที่สองอย่างเป็นทางการ พร้อมกระตุ้นให้คนอเมริกันคิดถึง “อนาคตระยะไกล” ของสหรัฐอเมริกา ว่าจะฟื้นฟูประเทศอันบอบช้ำจากวิกฤตเศรษฐกิจอย่างไร ระหว่างแนวทางของพรรคเดโมแครตและพรรครีพับลิกัน

ภาพจาก Flickr Barack Obama

คำปราศรัย บารัค โอบามา ต่อที่ประชุมใหญ่พรรคเดโมแครต

มิเชล ผมรักคุณมากครับ เมื่อไม่กี่วันก่อน ทุกคนคงทราบว่าผมเป็นผู้ชายที่โชคดีแค่ไหน * (หมายถึงการกล่าวปราศรัยของมิเชล โอบามา ในที่ประชุมใหญ่พรรคเดโมแครต  ในวันก่อนหน้าที่บารัค โอบามาขึ้นพูด)
มาเรียและซาช่า พวกเราภูมิใจในตัวลูก แต่อย่าลืมว่าพรุ่งนี้พวกลูกต้องไปโรงเรียนแต่เช้า (เสียงหัวเราะ)
และขอขอบคุณโจ ไบเดน ที่เป็นรองประธานาธิบดีอันยอดเยี่ยมกว่าที่ผมนึกฝันได้ นอกจากนั้นเขายังเป็นเพื่อนที่เข้มแข็งและซื่อสัตย์
ท่านประธาน ท่านผู้มีสิทธิออกเสียงทั้งหลาย ผมขอรับคำเสนอชื่อเพื่อเป็นประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกา
(ผู้ชมร้องตะโกน อีกสี่ปี อีกสี่ปี อีกสี่ปี)
ครั้งแรกที่ผมพูดต่อหน้าที่ประชุมแห่งนี้ในปี 2004 ผมเป็นผู้ชายที่อ่อนเยาว์กว่าวันนี้ เป็นผู้สมัครวุฒิสมาชิกประจำรัฐอิลินอยส์ สิ่งที่ผมพูดในวันนั้นเป็นเรื่องของ “ความหวัง” ไม่ใช่การมองโลกในแง่ดีที่มืดบอด ไม่ใช่การคิดบวก แต่มันคือ “ความหวัง” ในห้วงเวลาที่ยากลำบาก ห้วงเวลาที่ทุกคนระแวงสงสัย ความหวังที่ไล่ตามศรัทธาในอนาคต ซึ่งความหวังอันนี้พาประเทศของเราเดินไปข้างหน้า ไม่ว่าโอกาสสำเร็จจะริบหรี่เพียงใด หรือเส้นทางจะยาวไกลแค่ไหน
แปดปีหลังจากนั้น “ความหวัง” ถูกทดสอบโดยงบประมาณสงครามที่บานปลาย โดยวิกฤตเศรษฐกิจที่ร้ายแรงที่สุดครั้งหนึ่งของประวัติศาสตร์ และโดยสภาพการเมืองที่ตีบตัน สิ่งเหล่านี้ทำให้พวกเราถามตัวเองว่ายังมีโอกาสแก้ปัญหาเหล่านี้ได้สำเร็จหรือไม่
แคมเปญหาเสียงอาจดูเล็กและบางครั้งดูงี่เง่า ปัญหาเล็กๆ กลับกลายเป็นเรื่องใหญ่ที่สิ้นเปลืองพลังงาน ในขณะที่เรื่องสำคัญกลับไม่มีใครสนใจ ความจริงถูกกดทับโดยกองเงินมหาศาลและคำโฆษณา ถ้าคุณรำคาญที่ต้องมาฟังผมพูดเรื่องแบบนี้ซ้ำอีก เชื่อผมเถอะครับว่าผมก็เบื่อที่จะต้องพูดเหมือนกัน
(เสียงปรบมือ)
แต่เมื่อพวกคุณฟังผมจบและไปถึงคูหาเลือกตั้ง คุณจะพบว่าการตัดสินใจครั้งนี้ง่ายที่สุดในการเลือกตั้งตลอดชั่วอายุของคุณ ในอีกไม่ปี่ปีข้างหน้า วอชิงตันจะต้องตัดสินใจว่าจะทำอย่างไรกับปัญหาใหญ่ๆ อย่างเรื่องการจ้างงาน เศรษฐกิจ ภาษี การขาดดุลงบประมาณ ราคาพลังงาน นโยบายการศึกษา นโยบายเรื่องการสงคราม ฯลฯ การตัดสินใจในประเด็นเหล่านี้จะส่งผลกระทบอย่างมากต่อชีวิตของพวกเรา และลูกหลานของเราในอนาคตข้างหน้า
และในปัญหาทุกประเด็นที่ผมว่าไป การเลือกของคุณไม่ใช่แค่ผู้สมัครสองคนจากพรรคการเมืองสองพรรค แต่เป็นการเลือกเส้นทางในอนาคตของอเมริกาที่แตกต่างกันสองสาย เป็นการเลือกระหว่างวิสัยทัศน์ต่ออนาคตที่ต่างกันอย่างสิ้นเชิงในเรื่องของแนวคิด ข้อเสนอของพรรคเดโมแครตเราคือการต่อสู้เพื่อ “คุณค่า” ของสังคม สิ่งที่ช่วยสร้างชนชั้นกลางขนาดใหญ่ที่สุดและเศรษฐกิจที่เข้มแข็งที่สุดที่โลกเคยเห็นมา (เสียงปรบมือ) ตาของผมต่อสู้เพื่อปกป้องสิ่งเหล่านี้ตั้งแต่สมัยของนายพลแพตตัน ยายของผมปกป้องมันโดยทำงานในโรงงานประกอบเครื่องบินทิ้งระเบิด พวกท่านรู้ว่าตัวเองกำลังเป็นส่วนหนึ่งของสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่านั้น นั่นคือประเทศชาติที่เอาชนะเหล่าเผด็จการฟาสซิสต์ ประเทศชาติที่เอาชนะวิกฤตเศรษฐกิจครั้งใหญ่ ประเทศชาติที่นวัตกรรมจากภาคธุรกิจสร้างผลิตภัณฑ์ที่ดีที่สุดในโลก และทุกคนก็ภูมิใจในความสำเร็จนี้ไม่ว่าจะอยู่ในสำนักงานหรือโรงงานแห่งใด
บรรพบุรุษของผมได้รับโอกาสให้เข้าเรียนชั้นมหาวิทยาลัย และมีบ้านเป็นของตัวเอง สิ่งเหล่านี้คือแกนกลางของสำรหัฐอเมริกา คำสัญญาว่าการทำงานหนักจะออกผล ความรับผิดชอบในหน้าที่จะถูกตอบแทน ทุกคนมีโอกาสเท่าเทียมกัน แข่งขันใต้กฎกติกาของสังคมอันเดียวกัน ไม่ว่าพวกคุณจะอยู่ที่เมนสตรีท วอลสตรีท หรือวอชิงตันดีซี (เสียงปรบมือ)
ผมลงสมัครเป็นประธานาธิบดีเพราะเห็นว่าคุณค่าเหล่านี้กำลังจางหายไป ผมเริ่มชีวิตการทำงานโดยช่วยเหลือคนที่อยู่ในโรงเหล็กที่กำลังจะปิดตัว เนื่องจากตำแหน่งงานกำลังถูกย้ายออกไปนอกประเทศ และในปี 2008 เราก็เห็นว่าตลอดสิบปีก่อนหน้านั้น คนสหรัฐต้องเผชิญปัญหาค่าครองชีพพุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ ในขณะที่ค่าแรงไม่ได้เพิ่มขึ้น ประชาชนต้องเป็นหนี้ท่วมหัวเพราะต้องนำเงินไปจ่ายค่าบ้าน ค่าเล่าเรียน ค่าน้ำมัน ค่าอาหาร และเมื่อเศรษฐกิจอเมริกาพังทลาย คนอเมริกันที่ไร้ความผิดนับล้านต้องตกงาน สูญเสียบ้านที่อยู่อาศัย เงินที่เก็บมาตลอดชีวิต นี่คือโศกนาฏกรรมที่เรายังต่อสู้กับมันไม่จบ
เพื่อนของเราในที่ประชุมใหญ่พรรครีพับลิกันมีความสุขมากในการพูดคุยว่าอเมริกามีปัญหาอะไรบ้าง แต่พวกเขาแทบไม่ได้พูดว่าจะแก้ปัญหาพวกนี้อย่างไร (เสียงปรบมือ) พวกเขาต้องการคะแนนเสียงจากคุณ แต่พวกเขากลับไม่ยอมบอกแผนการแก้ปัญหาให้คุณรู้ ทำไมน่ะหรือ ก็เพราะแผนการของพวกเขาเหมือนเดิมตลอด 30 ปีที่ผ่านมา ถ้าเก็บภาษีได้เกินเป้า พวกเขาจะลดภาษี แต่ถ้าขาดดุลงบประมาณ พวกเขาก็ลดภาษีอีก และถ้าเริ่มรู้สึกว่าเศรษฐกิจมีปัญหา พวกเขาจะลดภาษีสองครั้ง ยกเลิกกฎระเบียบบางอย่าง และสุดท้ายก็มาขอให้พวกเราช่วยแก้ปัญหาให้ตอนที่ไม่ไหวแล้วจริงๆ (เสียงปรับมือ)
ผมลดภาษี แต่ลดให้เฉพาะคนที่จำเป็นต้องใช้เงิน (เสียงปรบมือ) เช่น ครอบครัวชั้นกลาง หรือ ธุรกิจขนาดเล็ก แต่ผมไม่เชื่อว่าการลดภาษีให้กับเศรษฐีทั้งหลายจะสร้างงานให้อเมริกา หรือแก้ปัญหาเรื่องขาดดุลงบประมาณ ผมไม่เชื่อว่าการไล่ครูหรือนักเรียนออกจากโครงการอุดหนุนการศึกษาจะช่วยให้เศรษฐกิจเติบโต (เสียงปรบมือ) หรือช่วยให้เราแข่งกับนักวิทยาศาสตร์-วิศวกรจากประเทศจีนได้ และ ผมไม่เชื่อว่าการผ่อนคลายกฎระเบียบสำหรับวอลสตรีทจะช่วยให้ธุรกิจขนาดเล็กเติบโต และช่วยให้คนงานก่อสร้างที่ตกงานยังรักษาความเป็นเจ้าของบ้านตัวเองเอาไว้ได้
เราผ่านปัญหาเหล่านี้มาแล้ว เราลองแก้ปัญหามาแล้ว เราจะไม่เดินถอยหลังกลับไป อเมริกาต้องเดินไปข้างหน้าเท่านั้น (เสียงปรบมือ)

ภาพจาก Flickr Barack Obama
ผมจะไม่บอกว่าแนวทางแก้ปัญหาของผมเป็นเรื่องง่ายหรือรวดเร็ว ผมไม่เคยสัญญาอะไรแบบนั้น พวกคุณไม่ได้เลือกผมมาพูดคำหวานที่พวกคุณอยากฟัง พวกคุณเลือกผมเข้ามาเพื่อให้ผมพูดความจริง (เสียงปรบมือ)
และความจริงก็คือ เราต้องใช้เวลาอีกหลายปีในการแก้ปัญหาที่สั่งสมมาหลายทศวรรษ การแก้ปัญหาเหล่านี้ต้องใช้ความพยายาม ความรับผิดชอบ และการคิดนอกกรอบแบบเดียวกับที่แฟรงคลิน รูสเวลต์ทำในวิกฤตเศรษฐกิจครั้งก่อน* ซึ่งเป็นครั้งเดียวที่ร้ายแรงกว่าวิกฤตเศรษฐกิจครั้งนี้ (เสียงปรบมือ) * (หมายถึง Great Depression ในปี 1929)
พวกเราชาวเดโมแครตทุกคนที่สืบทอดมรดกจากรูสเวลต์ควรรำลึกว่า ปัญหาไม่สามารถแก้ได้โดยโครงการของรัฐบาลหรือคำสั่งจากกรุงวอชิงตันเสมอไป
แต่อเมริกาก็ต้องรู้ว่า ปัญหาเศรษฐกิจของเราอยู่ในระดับที่แก้ไขได้ (เสียงปรบมือ) โจทย์ของเราสามารถตอบสนองได้ (เสียงปรบมือ) เส้นทางที่เราเสนออาจดูยากลำบากกว่าของพวกเขา แต่มันนำไปสู่อนาคตที่ดีกว่า และผมก็อยากให้คุณเลือกอนาคตแบบนี้ (เสียงปรบมือ)
ผมอยากให้พวกคุณลองตั้งเป้าหมายให้กับประเทศ ตั้งเป้าให้กับอุตสาหกรรมการผลิต พลังงาน การศึกษา ความมั่นคง และปัญหาขาดดุลงบประมาณ ลองนึกแผนการสร้างงานที่เป็นไปได้ในทางปฏิบัติ เราสามารถกอบกู้เศรษฐกิจได้ถ้ามีพื้นฐานที่เข้มแข็งกว่านี้ และนั่นคือสิ่งที่เราจะทำในอีกสี่ปีข้างหน้า และนี่คือเหตุผลที่ผมลงสมัครเป็นประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกาเป็นสมัยที่สอง (เสียงปรบมือ)
เราสามารถเลือกอนาคตแบบที่เราส่งออกสินค้ามากขึ้น และส่งออกตำแหน่งงานไปยังต่างประเทศน้อยลง หลังผ่านหนึ่งทศวรรษที่เราเอาแต่ซื้อและขอยืมจากต่างชาติ เรากำลังกลับสู่เรื่องพื้นฐานและทำสิ่งที่อเมริกาเชี่ยวชาญที่สุด เราจะกลับมาสร้างสินค้าเองอีกครั้ง คนงานในดีทรอยต์และโทเลโดเคยบอกกับผมว่าพวกเขากลัวไม่ได้สร้างรถยนต์ของคนอเมริกันอีก ทุกวันนี้กลับกลายเป็นว่าพวกเขาทำงานกันไม่ทันเพราะเรากู้อุตสาหกรรมรถยนต์ที่กำลังจะตายให้กลับมาเป็นเบอร์หนึ่งของโลกอีกครั้ง (เสียงปรบมือ) นักธุรกิจชั้นนำบอกกับผมว่าพวกเขานำงานกลับมายังอเมริกา เหตุผลไม่ใช่เพราะค่าแรงของเราถูกกว่า แต่เป็นเพราะคนงานของเรามีฝีมือดีกว่า เราทำงานหนักกว่าและฉลาดกว่าใคร (เสียงปรบมือ)
ผมเซ็นสัญญาความร่วมมือการค้าหลายฉบับเพื่อให้บริษัทอเมริกันขายสินค้าไปยังลูกค้าหน้าใหม่นับล้าน สินค้าที่แปะสัญลักษณ์ของความภาคภูมิใจสามคำ “เมดอินยูเอสเอ”
(ผู้ฟัง: ยูเอสเอ ยูเอสเอ ยูเอสเอ)
หลังผ่านความเสื่อมถอยมานานหนึ่งทศวรรษ ประเทศแห่งนี้ก็สามารถสร้างงานในภาคการผลิตได้ถึงครึ่งล้านตำแหน่งนเวลาเพียงแค่สองปีครึ่ง และตอนนี้พวกคุณมีสิทธิเลือก เราอาจลดภาษีให้กับบริษัทที่ย้ายฐานการผลิตไปยังต่างประเทศ
(ผู้ฟัง: ไม่เอา!)
หรือว่าเราจะเริ่มให้รางวัลแก่บริษัทที่เปิดโรงงานใหม่ เทรนพนักงานใหม่ สร้างงานในประเทศสหรัฐอเมริกาแห่งนี้ (เสียงปรบมือ) เราสามารถช่วยโรงงานขนาดใหญ่และกิจการขนาดเล็กเพิ่มปริมาณการส่งออกสินค้าอีกเท่าตัว และถ้าเราเลือกเส้นทางนี้ เราสามารถสร้างงานในภาคการผลิตได้อีกหนึ่งล้านตำแหน่งในอีกสี่ปีข้างหน้า พวกคุณสามารถช่วยให้สิ่งนี้เป็นจริงได้ พวกเราเสนอทางเลือกที่ดีกว่า
คุณสามารถเลือกอนาคตที่เรามีเอกราชด้านพลังงานมากขึ้น หลังจากปล่อยปละละเลยมา 30 ปี เรากำลังเร่งพัฒนามาตรฐานเชื้อเพลิงเพื่อให้รถยนต์และรถบรรทุกสามารถวิ่งได้ไกลขึ้นเท่าตัวในอีกสิบปีข้างหน้า (เสียงปรบมือ) เราใช้พลังงานหมุนเวียนเพิ่มขึ้นเท่าตัว และตอนนี้เราสร้างงานนับพันตำแหน่งในอุตสาหกรรมพลังงานลมและแบตเตอรี่ที่ใช้ได้นานขึ้น ในปีที่แล้วเพียงปีเดียว เราลดการนำเข้าน้ำมันได้ 1 ล้านบาร์เรลต่อวัน มากกว่ารัฐบาลทุกชุดในช่วงหลังนี้ และวันนี้ สหรัฐอเมริกาก็พึ่งพิงน้ำมันจากต่างชาติน้อยที่สุดในรอบ 20 ปี
พวกคุณมีสิทธิเลือก และถ้าต้องการ คุณก็กลับไปเลือกพรรคที่จะยกเลิกความคืบหน้าเหล่านี้ได้นะ
เราเพิ่มพื้นที่สำรวจแหล่งน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติอีกนับล้านเอเคอร์ในรอบสามปีมานี้ ตัวเลขนี้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แต่นโยบายของผมต่างจากคู่แข่ง ผมจะไม่ยอมให้บริษัทน้ำมันมากำหนดแผนการใช้พลังงานของอเมริกา หรือทำลายสิ่งแวดล้อมชายฝั่งของเรา หรือนำเงินภาษี 4 พันล้านดอลลาร์ไปใช้เป็นสวัสดิการของบริษัทอีกต่อไป (เสียงปรบมือ) พวกเราเสนอทางเลือกที่ดีกว่า
พวกเราเสนอทางเลือกที่ดีกว่า อนาคตที่เราลงทุนในพลังงานลม แสงอาทิตย์ ถ่านหินสะอาด ตอนนี้เกษตรกรและนักวิจัยกำลังพัฒนาพลังงานชีวภาพแบบใหม่สำหรับใช้ในรถยนต์และรถบรรทุก ด้านอุตสาหกรรมก่อสร้างก็สร้างอาคารที่พักอาศัยและโรงงานที่สิ้นเปลืองพลังงานน้อยลง เรามีแหล่งก๊าซธรรมชาติที่ใช้ได้อีกร้อยปีอยู่ใต้พื้นดินของเรา ถ้าคุณเลือกเรา เราจะลดปริมาณการนำเข้าน้ำมันลงครึ่งหนึ่งในปี 2020 และสร้างงานอีก 600,000 ตำแหน่งจากอุตสาหกรรมก๊าซธรรมชาติ
แผนการของผมคือลดมลภาวะด้านคาร์บอนที่ทำร้ายโลกของเรา ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศไม่ใช่เรื่องโกหก ภัยแล้ง น้ำท่วม ไฟป่า ไม่ใช่เรื่องตลก สิ่งเหล่านี้เป็นภัยคุกคามลูกหลานของเราในอนาคต
ในการเลือกตั้งครั้งนี้ พวกคุณสามารถมีส่วนร่วมได้ พวกคุณสามารถเลือกอนาคตที่คนอเมริกันสามารถเพิ่มทักษะการทำงานที่จำเป็นได้ตามต้องการ ไม่ว่าจะอายุเท่าไร ไม่ว่าจะมีเงินมากน้อยแค่ไหน
ผมเดินมาถึงวันนี้ได้ เพราะได้รับโอกาสจากการศึกษา (เสียงปรบมือ) มิเชลก็ได้รับโอกาสนี้เช่นกัน และพวกคุณส่วนใหญ่ในที่นี้ก็ด้วย และตอนนี้การศึกษากลายเป็นช่องทางสำคัญสำหรับคนชั้นกลาง
นี่เป็นครั้งแรกในชั่วอายุคนนี้ที่เกือบทุกรัฐเห็นด้วยกับนโยบายของรัฐบาลกลางที่จะยกระดับการศึกษาขึ้นไปอีก โรงเรียนที่แย่ที่สุดในประเทศนี้เริ่มพัฒนาความสามารถด้านคณิตศาสตร์และการอ่าน นักเรียนนับล้านๆ จ่ายค่าเรียนมหาวิทยาลัยน้อยลง เหตุก็เพราะเราแก้ปัญหาระบบการศึกษาที่เปลืองเงินภาษีนับพันล้านดอลลาร์ให้กับคนให้กู้เงิน (เสียงปรบมือ)
ตอนนี้คุณมีสิทธิเลือก ไม่ควรมีเด็กคนไหนถูกทำลายความฝัน เหตุเพราะชั้นเรียนมีนักเรียนมากเกินไปจนไม่พอเรียน ไม่ควรมีครอบครัวไหนยอมทิ้งโอกาสที่ลูกสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ เพียงเพราะไม่มีเงินจ่ายค่าเทอม ไม่ควรมีบริษัทไหนจ้างพนักงานจากนอกประเทศ เพียงเพราะไม่สามารถหาแรงงานที่มีทักษะตรงตามความต้องการได้ในสหรัฐ นี่ไม่ใช่อนาคตที่เราต้องการ นี่ไม่ใช่อนาคตของพวกเรา (เสียงปรบมือ)
รัฐบาลต้องมีบทบาทในเรื่องนี้ แต่ครูเองก็ต้องช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้เด็ก ผู้อำนวยการต้องเป็นผู้นำของโรงเรียน ผู้ปกครองต้องกระตุ้นให้เด็กอยากเรียน และนักเรียนเองก็ต้องขยันขันแข็ง ผมสัญญาว่าเราจะเก่งกว่าประเทศไหนๆ ในเรื่องการศึกษา เราจะแข่งขันและเอาชนะทุกประเทศบนโลกนี้ (เสียงปรบมือ)
ดังนั้นพวกคุณโปรดช่วยผม ช่วยผมหาครูที่มีประสบการณ์ด้านการสอนคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ 1 แสนคนในรอบสิบปีข้างหน้า เพื่อพัฒนาการศึกษาของเด็กชั้นเล็ก ช่วยผมพัฒนาทักษะของแรงงาน 2 ล้านคนในวิทยาลัยชุมชนเพื่อให้คนเหล่านี้สามารถหางานทำได้ ช่วยเราลดค่าเรียนของวิทยาลัยและมหาวิทยาลัยลงครึ่งหนึ่งในอีกสิบปีต่อจากนี้
เราต้องไปถึงจุดหมายนี้ด้วยกัน (เสียงปรบมือ) คุณสามารถเลือกอนาคตให้กับอเมริกาได้ นี่คืออนาคตของเรา
(มีต่อ บารัค โอบามา “นี่คือการเลือกอนาคตของอเมริกาที่แตกต่างกันสองทาง” 2/2)

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น